แผนงาน

NIA สร้างแพลตฟอร์มกลางเพื่อเชื่อมโยงประสานงานและขับเคลื่อนให้เกิดการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนาสตาร์ทอัพด้านการเกษตร ผ่าน 3 เครื่องมือหลัก ได้แก่

1) การระบุแนวโน้มนวัตกรรมการเกษตร เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาสตาร์ทอัพให้สอดคล้องกับแนวโน้มความต้องการ รวมถึงการจุดประกายไอเดียการสร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรมที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านการเกษตรไทย และการเพิ่มมูลค่าตลอดห่วงโซ่มูลค่า

2) การพัฒนาความเป็นผู้ประกอบการนวัตกรรมการเกษตร ผ่านกิจกรรมการบ่มเพาะและเร่งสร้างสู่การเป็นสตาร์ทอัพด้านการเกษตร โดยมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเชิงลึก เช่น Artificial Intelligent หรือ AI, Big data -IoT-Sensors, Robotics & Automation ร่วมกับการปรับผลิตภัณฑ์และรูปแบบธุรกิจ

3) การสร้างและพัฒนาระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของสตาร์ทอัพเกษตร เพื่อสนับสนุนการออกสู่ตลาดต่างประเทศ หรือได้รับการลงทุน ได้แก่ การสร้างย่านนวัตกรรรมเกษตร และพื้นที่ทำงานที่มีลักษณะแบบ co-farming space สร้างให้เกิดกิจกรรมเชื่อมโยงทุกภาคส่วนในระบบนิเวศให้ทำงานร่วมกัน

แผนที่นำทางการพัฒนาระบบนิเวศสตาร์ทอัพเกษตรของประเทศไทย

การพัฒนาออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่

1) การเกิดขึ้น (Emergence) เป็นช่วงที่เริ่มมีการก่อตั้งสตาร์ทอัพเกษตร แต่ยังมีจำนวนไม่มาก และสมาชิกในระบบนิเวศยังทำงานในลักษณะที่เป็นอิสระต่อกัน

2) การรวมตัว (Agglomeration) เริ่มมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น และมีการทำงานร่วมกันระหว่างสมาชิกในระบบนิเวศเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวม

3) โลกาภิวัตน์ (Globalization) ระบบนิเวศภายในประเทศมีการแลกเปลี่ยนทรัพยากร เช่น เงินทุน บุคลากร และเทคโนโลยีกับต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

4) การสอดประสาน (Harmonization) สมาชิกในระบบนิเวศทำงานสอดประสานกัน ส่งผลให้มูลค่าของระบบนิเวศเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ

ยุทธศาสตร์การดำเนินงานในระยะต่อไป จึงมุ่งเน้นการเป็นสะพานเชื่อมเพื่อพัฒนาสตาร์ทอัพด้านเกษตรให้มีโอกาสทำงานร่วมกับทุกภาคในระบบผ่านกลไกและเครื่องมือ 4 แนวทาง ได้แก่ การเพิ่มปริมาณ การปรับปรุงคุณภาพ การเพิ่มความหลากหลาย และการสร้างความร่วมมือ ทั้งนี้ เพื่อการพัฒนาสตาร์ทอัพด้านเกษตรของไทยให้มีคุณภาพ สามารถเป็นผู้นำการพลิกโฉมวงการเกษตร (Agriculture Transformation) ได้อย่างความยั่งยืน